Parking Mode หรือ โหมดบันทึกระหว่างจอด

Parking Mode

กล้องติดรถยนต์ หลายๆรุ่นมีระบุไว้ว่ารองรับ Parking Mode, Park Monitor หรือโหมดบันทึกระหว่างจอดรถ จริงๆแล้วการทำงานมันเป็นอย่างไร เหมาะกับความต้องการแบบไหน กล้องติดรถยนต์ทุกตัวที่มีฟังก์ชั่นนี้ทำงานเหมือนกันไหม มาทำความรู้จักกันครับ

หากถามว่ากล้องติดรถยนต์ทุกตัวสามารถบันทึกระหว่างจอดรถได้ไหม ตอบว่าได้ครับ เพราะขึ้นอยู่กับการต่อระบบไฟ แต่กล้องจะทนได้ทุกยี่ห้อไหม ก็คงไม่แน่นอน สำหรับฟังก์ชั่น Parking Mode นั้น มันจะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ของ Micro SD ไม่ให้ถูกวนทับเร็วเกินไป จากการบันทึกระหว่างจอดรถนั่นเอง

โหมดจอดรถที่ทำงานได้แบบอัตโนมัตินั้น มีหลายรูปแบบแตกต่างกันตามแต่ละยี่ห้อ แต่วัตถุประสงค์หลักคือต้องการให้กล้องบันทึกระหว่างจอดรถ เมื่อเราไม่อยู่นั่นเอง แบ่งการทำงานออกได้เป็น 3 รูปแบบครับ

 

  • Parking Mode แบบบันทึกเมื่อรถถูกกระแทกเท่านั้น

มักจะพบได้ในกล้องราคาประมาณ พันปลายๆ ถึง เกือบสามพันบาท กล้องติดรถยนต์ที่รองรับการทำงานแบบนี้ จะมีแบตในตัวครับ เพื่อเป็นแหล่งจ่ายไฟตอนเครื่องยนต์ดับ ไม่จำเป็นต้องต่อไฟตรงจากกล่องฟิวส์ 

การทำงานของมันคือ เมื่อเราดับเครื่องยนต์ กล้องก็จะดับไปด้วย แต่จะตื่นขึ้นมาเมื่อรถถูกกระแทกด้วยความแรงพอประมาณ ประมาณ 20 ถึง 30 วินาทีแล้วแต่ยี่ห้อ

ข้อดี ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติม แต่ถ้าหากเทียบกับโหมดจอดรถด้วยกัน แบบนี้ด้อยที่สุด แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย

ข้อเสีย ไฟล์วิดีโอจะไม่โชว์เหตุการณ์ตอนกระแทก แต่จะโชว์หลังจากชนแล้วประมาณ 5 วินาที ระยะเวลาการทำงานขึ้นอยู่กับแบบเตอรี่ แต่จากที่ลองมากับรุ่น GS52D กล้อง standby ได้เกิน 8 ชั่วโมงครับ

วิดีโอแสดงการทำงาน

  • Parking Mode แบบบันทึกเมื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ และ เมื่อรถถูกกระแทกด้วย

กล้องติดรถยนต์ที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ ต้องต่อไฟตรงกับฟิวส์รถยนต์ที่มีไฟตลอดเวลาด้วย เพื่อให้กล้องทำงานได้ตลอดแม้เครื่องยนต์ดับ (แนะนำให้ใช้ตัวตัดไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยเช่น Vico Power Plus) โดยส่วนใหญ่ กล้องติดรถยนต์ที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ จะสามารถบันทึกเหตุการณ์ก่อนหน้าที่กล้องจะจับความเคลื่อนไหวได้ 5 หรือ 10 วินาที แล้วแต่ยี่ห้อ ทำให้เห็นเหตุการณ์ขณะรถถูกกระทำได้ด้วย  ตัวอย่างกล้องติดรถยนต์ที่รองรับคือ Goluk ทุกรุ่น, Vico Marcus, Vico Opia2

การทำงานคือ เมื่อดับเครื่องยนต์ กล้องจะเข้า parking mode อัตโนมัติ โดยกล้องจะหยุดบันทึก เพื่อประหยัดพื้นที่ของ Micro SD แต่จะบันทึกเมื่อกล้องจับความเคลื่อนไหวได้ หรือ ถูกกระแทก แล้วก็จะหยุดบันทึก

ข้อดี เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้าได้ด้วยหากมีรถมาชนขณะจอด

ข้อเสีย หากจอดรถในที่มึดมากๆ กล้องอาจจะจับความเคลื่อนไหวไม่ได้ ทำให้พลาดบางเหตุการ์ที่สำคัญได้ และหากจอดในที่ที่มีความเคลื่อนไหวบ่อยๆเช่นลานจอดรถตามห้าง จะมีไฟล์วิดีโอที่ถูกกบันทึกไว้เยอะมากเปลืองพื้นที่ใน Micro SD 

 วิดีโอแสดงการทำงาน

  • Parking Mode แบบบันทึกตลอดเวลาแต่ปรับเฟรมเรทลง

กล้องติดรถยนต์ที่รองรับฟังก์ชั่นนี้ ต้องต่อไฟตรงกับฟิวส์รถยนต์ที่มีไฟตลอดเวลาด้วยเหมือนกัน เพื่อให้กล้องทำงานได้ตลอดแม้เครื่องยนต์ดับ การต่อไฟเหมือนกับ แบบบันทึกเมื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวได้

การทำงานนั้น มีความแตกต่างจากกล้องที่บันทึกเมื่อมีความเคลื่อนไหวคือ กล้องติดรถยนต์ที่รองรับการทำงานแบบนี้ เมื่อเข้า parking mode แล้วจะบันทึกทุกเหตุการณ์ตลอดเวลา ไม่จำกัดเฉพาะแต่เมื่อมีความเคลื่อนไหว แต่ก็ยังประหยัดพื้นที่หน่วยความจำของ Micro SD ด้วยการปรับเฟรมเรทลง ปกติกล้องจะบันทึกด้วยเฟรมเรท 30 เฟรม ต่อ วินาที พอเข้า parking mode กล้องจะปรับเฟรมเรทลงเหลือ 10 เฟรม หรือ 1 เฟรม ก็แล้วแต่ยี่ห้อ ทำให้ประหยัดพื้นที่หน่วยความจำลง เยอะมาก แต่เก็บได้ทุกเหตุการณ์ กล้องติดรถยนต์ที่รองรับฟังก์ชั่นนี้คือ Vico Opia2, GN700 และ GI700 2CH จาก GNET System

ข้อดี กล้องจะบันทึกทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่พลาดสักวินาที ตัดปัญหาเรื่องกล้องจับความเคลื่อนไหวในที่แสงน้อยๆไม่ได้

ข้อเสีย ภาพของวิดีโอจะเร็วๆหน่อยสำหรับกล้องที่รองรับ Time-Lapse อาจจะดูยาก หรือจะกระตุกๆนิดๆสำหรับกล้อง GNET System, เมื่อเกิดเหตุจะไล่หาช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้นานกว่าแบบบันทึกเมื่อมีความเคลื่อนไหว 

วิดีโอแสดงการทำงานกล้องติดรถยนต์รุ่น GI700 2CH 

วิดีโอแสดงการทำงานกล้องติดรถยนต์รุ่น Opia2


-------- dashcamthailand --------

Visitors: 301,802